หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E-Book กฎแห่งกรรมในพระธรรมบท
ตัวอย่าง
1.เรื่องนางปติปูชิกา
กฎแห่งกรรมในอรรถกถาธรรมบท:เรื่องนางปติปูชิกา
อธิษฐานจิตจนได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เหมือนเดิม
กฎแห่งกรรมที่นำมาเสนอเรื่องต่อไป เป็นเรื่องที่มาในพระคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท
ของท่านพระพุทธโฆษาจารย์ อีกเช่นเดียวกัน
เป็นการเล่าถึงเรื่องเมื่อครั้งที่พระศาสดา ประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี
ทรงปรารภหญิงชื่อปติปูชิกา และได้ตรัสพระธรรมธรรมที่มีข้อความขึ้นต้นว่า ปุปฺผานิ
เหวะ เป็นต้น
เรื่องมีอยู่ว่า นางปติปูชิกา(แปลว่า หญิงผู้บูชาสามี)
อยู่ที่กรุงสาวัตถี นางแต่งงานเมื่ออายุ 16 ปี และมีบุตร 4 คน
นางเป็นหญิงที่มีคุณธรรม ใจบุญใจกุศล
ชอบถวายภัตตาหารและปัจจัยอย่างอื่นๆแก่พระภิกษุสงฆ์
นางมักจะเข้าไปในวัดและช่วยทำความสะอาดบริเวณวัด ตักน้ำใส่ตุ่ม ทำหน้าที่ให้บริการแก่พระภิกษุสงฆ์
นางมีพรสวรรค์พิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิดอย่างหนึ่งคือ สามารถระลึกชาติได้ว่า
ในชาติก่อนนางเคยเป็นนางเทพธิดา เป็นภรรยาคนหนึ่งของมาลาภารีเทพบุตร
ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
นางระลึกได้ว่านางจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เมื่อนางเทพธิดาผู้เป็นบริวารของเทพองค์ดังกล่าวมาเที่ยวกันอยู่ในสวน
และสนุกสนานอยู่กับการหักกิ่งไม้และเด็ดดอกไม้ เป็นต้น
ดังนั้นทุกครั้งที่นางถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์นางก็ได้อธิษฐานจิตขอให้ไปเกิดเป็นนางเทพธิดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
และได้กลับไปเป็นภรรยาของมาลาภารีเทพบุตรอดีตสามีของนางดังเดิม
วันหนึ่ง
นางปติปูชิกาเจ็บหนักและได้เสียชีวิตในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง
เพราะเหตุที่นางได้ตั้งความปรารถนาไว้อย่างมั่นคง
กฎแห่งกรรมจึงส่งผลในช่วงขณะจุติจิต
ให้นางไปเกิดเป็นนางเทพธิดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในฐานะเป็นภรรยาของเทพบุตรมาลาเภรี แต่ด้วยเหตุที่มิติเวลาของทั้งสองโลกแตกต่างกัน
กล่าวคือ หนึ่งร้อยปีในโลกมนุษย์เท่ากับวันหนึ่งของโลกสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังนั้น
มาลาภารีเทพบุตรและนางเทพธิดาผู้เป็นภรรยาทั้งหลาย
จึงยังคงสนุกสนานกันอยู่ในสวนแห่งเดิมนั้นเอง
และนางปติปูชิกาซึ่งจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์เป็นเวลานานตามมิติแห่งกาลเวลาของโลกมนุษย์จึงหายไปจากสวนสวรรค์เพียงชั่วครู่เท่านั้นเอง
ทั้งนี้เพราะว่า เวลา ๑๐๐
ปีของโลกมนุษย์เท่ากับหนึ่งวันหนึ่งคืนของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หนึ่งเดือนมี ๓๐วัน และหนึ่งปีมี ๑๒ เดือนเหมือนในโลกมนุษย์
แต่ทว่าอายุขัยของเทวดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เท่ากับ ๑๐๐๐ ปีทิพย์
ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วอายุขัยของเทวดาพวกนี้ยืนยาวเท่ากับ ๓ โกฏิ ๖
ล้านปีของโลกมนุษย์ ด้วยเหตุนี้
เมื่อนางกลับไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกครั้งหนึ่ง มาลาภารีเทพบุตรจึงถามนางว่า
นางหายไปไหนมาตั้งแต่เมื่อเช้านี้ นางได้บอกกับมาลาภารีเทพบุตรว่า
นางจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไปถือกำเนิดในโลกมนุษย์ ได้แต่งงานกับชายผู้หนึ่ง
ให้กำเนิดบุตรจำนวน 4 คน
และได้ตายจากโลกมนุษย์กลับมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อภิกษุทั้งหลายได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของนางปติปูชิกา
มีความอาลัยอาวรณ์ในคุณความดีของนาง ที่เป็นพระภิกษุปุถุชนก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
ได้ไปเฝ้าพระศาสดาแล้วกราบทูลว่า
นางปติปูชิกาซึ่งเคยถวายภัตตาหารแก่พวกท่านในตอนเช้าๆได้เสียชีวิตไปเมื่อตอนเย็นวันนี้เอง
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสิกาชื่อปฏิปูชิกา
เมื่อทำบุญให้ทาน ก็มักจะตั้งความปรารถนาให้ได้ไปอยู่กับสามี
บัดนี้นางเสียชีวิตแล้วไปเกิด ณ ที่ไหน” พระศาสดาได้ตรัสกะภิกษุเหล่านั้นว่า
นางได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ร่วมกับสามีเดิมของนางซึ่งเป็นเทพบุตรอยู่ที่นั่นแล้ว
และได้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายสั้นยิ่งนัก (เมื่อเทียบกับชีวิตของสัตว์ในโลกสวรรค์)
พวกเขายังไม่อิ่มในวัตถุกามและกิเลสกามของพวกตน ก็จะตกอยู่ในอำนาจของพระยามัจจุราช
ที่จะมาฉุดคร่าเอาตัวไป แม้จะคร่ำครวญขอร้องอย่างไรก็ไม่สามารถรอดพ้นได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ลุ่มหลงอยู่ในกิเลสกาม และวัตถุกามก็จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของพระยามัจจุราช
หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
จากนั้น พระศาสดา ได้ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่ 48 แสดงถึงกฎแห่งกรรม
ในอีกบริบทหนึ่งว่า
ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ
พฺยาสตฺตมนสํ นรํ
อติตฺตํ เยว กาเมสุ
อนฺตโก กุรุเต วสํ ฯ
คนที่มัวเลือกเก็บดอกไม้คือกามคุณ
มีใจข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ
แม้จะยังไม่อิ่มเอมในสิ่งที่ปรารถนา
พระยามัจจุราชจะพาเอาตัวเขาไป
ให้อยู่ในอำนาจเสียก่อน.
เมื่อพระสัทธรรมเทศนาจบลง ชนเป็นอันมาก ได้บรรลุพระอริยผลทั้งหลาย
มีพระโสดาปัตติผลเป็นต้น พระสัทธรรมเทศนามีประโยชน์แก่มหาชน.
สนใจดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่นี่

No comments:
Post a Comment